Hathai's profileสบาย style RedQueenPhotosBlogListsMore Tools Help

Hathai

Photo 1 of 41
September 16

ช้างพลาดหรือคนพลาด

วันนี้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์หัวเขียว พาดหัวข่าว "ช้างป่าแก่งกระจาน ใช้งวงกินกล้วย พลาดถูกไฟดูดตาย" แค่ได้อ่านหัวข่าวก็สงสารช้างแล้ว แค่เดินหาอะไรกินไปวันๆก็โดนไฟดูดตาย ช่างไรเดียงสาจริง ในใจก็คิดว่าตามปกติ เค้่าไม่จัดแบบส่วนระวังการเกิดอุบัติเหตุลักษณะนี้ไว้เหรอ แล้วทำไมสายไฟมันต่ำขนาดงวงช้างพาดไปถึง พอไปอ่านตัวข่าวเข้าจริงๆ ปรากฎว่าช้างเจ้ากรรม ดันไปกินกล้วยในไร่ของชาวบ้านซึ่งเค้าทำลวดทองแดงล้อมและปล่อยกระแสไฟไว้ ป้องกันสัตว์เข้าทำลายพืชผลทางการเกษตร อืม...

ถึงฉันจะไม่ใช่ เกษตกร ฉันก็รู้้ว่าพืชผลทางการเกษตรเหล่านี้มีมูลค่ามหาศาล แตฉันก็ยังไม่มั่นใจกับการใช้กระแสไฟแรงสูงขนาดทำให้ช้างตายได้มาป้องกันการทำลายพืชผลทางการเกษตรจากสัตว์ ในข่าวมิได้วิจารณ์ถึงการกระทำของเจ้าของไร่ ซึ่งฉันผู้อ่านข่าวรับรู้ว่านี่เป็นการกระทำที่ปกติ และกล่าวเพียงว่าช้างดันออกจากป่าแล้วมากินพืชผักของชาวบ้าน วันนี้ช้างพลาดมากินกล้วยผิดที่ แต่เราเคยถามคนเราด้วยกันหรือไม่ว่าพลาดไปหรือปล่าวที่ดูดายเห็นว่าช้างเชือกหนึ่งตายเพราะมันพลาดพลั้ง ฉันไม่แน่ใจว่าบ้านเมืองเรามีกฏเกณการควบคุมการปล่อยกระแสไฟลักษณะนี้อย่างไร จะรอปล่อยให้ช้างพลาดซักกี่เชือก คนเราถึงจะเห็นความผิดพลาดของพวกเราเอง

October 16

อายัดนมยี่ห้อ "ดัง"

ฉันว่าจะ update blog มาตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังอดทนได้เสมอ เพราะมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า
แต่วันนี้มันอดไม่ได้จริงๆ
ฉันไม่เข้าใจ จรรยาบรรณ คนทำข่าวเมืองไทย
วันนี้ชั้นอ่านหนังสือทางอินเตอร์เนตหัวสีชมพู รายงานข่าวว่า
ทาง อย. ได้มีการสั่งอายัดนมยี่ห้อ "ดัง" เนื่องจากได้มีการตรวจการสารปนเปื้อนเมลามีนในปริมาณที่สูง
ฉันพยายามอ่านข่าวจนหมด ก็ยังไม่รู้ว่าไอ้ยี่ห้อ "ดัง" เนี่ยมันยี่ห้อไหน
คนเขียนข่าว ก็ได้แต่เขียนว่า "ยี่ห้อดังกล่าว" "ยี่ห้อนี"้ อ่านแล้วมันขัดใจ
ทำไมนะ เรื่องพวกนี้ถ้าระบุชื่อจริงมันจะเสียหายตรงไหน ในเมื่อเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคควรจะรู้จะได้ระมัดระวัง
ทีกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ที่กล่าวไปแล้วจะทำให้ผู้ที่ถูกอ้างอิงเสียหายทั้งๆที่เค้าเป็นผู้บริสุทธิ ทำให้เค้าเสียชื่อเสียง
ดันลงทั้งชื่อจริง นามสกุลจริง แถมบางครั้งยังไป สืบต้นตระกูล หรือญาติๆ เข้าอีก
ฉันเห็นแล้วก็เหนื่อยใจจริงๆ

อ้อสำหรับคนที่อยากรู้ว่า ไอ้นมยี่ห้อดังนี่มันยี่ห้อไหน
ฉันไปตามอ่านหนังสือพิมพ์หัวเขียว เขาว่า ยี่ห้อ ตรามะลิ นะจ๊ะ

November 06

การดำรงชีวิต ที่ขึ้นอยู่พลังงานไฟฟ้า (power dependency)

ชีวิตสมัยใหม่ มีแต่เครีื่องอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ไฟฟ้าเพียบ
ยิ่งใช้ชีวิตอยู่แบบฉัน รู้สึกว่าอะไรๆ มันก็ขึ้นอยู่กับพลังงานไฟฟ้าไปซะหมด
สมัยอยู่เมืองไทย ไฟดับที ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก อย่างมากก็แค่ตู้เย็นไม่ทำงาน
อาจจะมีปัญหาซักหน่อยในหน้าร้อน ที่ไม่สามารถเปิดพัดลมหรือเปิดแอร์ได้
แต่เรื่องการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานก็ไม่กระทบกระเทือนเท่าไหร่
หิวเหรอ ไม่มีไฟ ก็ใช้เตาแกส หน้าหนาว อยากอาบน้ำอุ่นก็ต้มด้วยเตาแก๊สเอา
น้ำท่าก็ไหลคล่องสะดวก ไม่ต้องสนใจว่าจะต้องใช้เครื่องปั๊มน้ำ
หรืออย่างมาก เราก็ใช้น้ำจากตุ่มได้

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เมืองที่ฉันอยู่ก็ได้ผลกระทบจากพายุ Noel เช่นกัน
โชคดีที่คราวนี้ไม่แรงมาก เท่าเฮอริเคน Juan บ้านเรือนไม่เสียหายมาก
แต่ว่าไฟฟ้าก็ดับไปประมาณครึ่งวัน บางที่ดับไปเป็นวัน

ฉันตื่นเช้ามา แค่จะทำกิจวัตรประจำวันก็แย่แล้ว แต่โชคดีที่น้ำประปาที่บ้านฉันไม่มีปัญหา
ปัญหามีอยู่ที่ ไม่มีน้ำอุ่น อาบน้ำ ไปเต้นไป หนาวสุดๆ แต่ก็ยังดีที่ยังมีน้ำ
บ้านเพื่อนบางคน น้ำไม่ไหลด้วย จะปลดทุกข์ ก็ไม่ได้แล้ว

อาบน้ำ อาบท่า เสร็จ ก็จะหาอะไร ใส่ปากใส่ท้อง อืม ไม่มีไฟ เตาแก๊สก็ไม่มี
เพราะที่นี่เค้าใช้แต่เตาไฟฟ้ากัน โชคดี ที่ทำกับข้าวตุนไว้
ก็กินมันทั้งเย็นๆ อย่างนั้นแหละ ฮีตเตอร์ก็ไม่ทำงาน โชคดีที่อากาศไม่หนาวมาก
ฉันนั่งอยู่ในบ้าน มองออกไปนอกบ้าน มีแต่คนขับรถออกจากบ้าน ไม่ได้ไปไหนกันหรอก
ไปหา กาแฟ ทาน ฉันกับโทนี ก็ทนอยู่ที่บ้านไม่ได้นาน ในที่สุดเราก็ต้อง
ออกจากบ้านเช่นกัน ไปยังที่หมายร้านกาแฟ ในเมือง กว่าจะหาร้านที่มีไฟ
ก็เล่นเอา นานอยู่เหมือนกัน นั่งอยุ่ที่ร้านกาแฟ จนบ่าย รอจนไฟมาถึงได้กลับบ้าน

ฉันมานั่งคิดๆ ดูชีวิตคนเราเนี่ย มันพึ่งพลังงานไฟฟ้ามาเกินไปซะแล้ว



November 03

ข้ออ้าง

พักนี้มีแต่ข้ออ้าง เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องทำอะไร
รู้สึกตัวเป็นขนเข้าไปทุกที
อยู่ที่มหาลัย ก็ทำงานไม่ได้ ให้เหตุผลกับตัวเอง ไม่มีสมาธิ มีคนกวน
อยู่ที่บ้าน ก็ทำงานไม่ได้ ให้เหตุผลกับตัวเองว่า มันเงียบไป

แต่จริงๆ แล้ว วันๆ ฉันวุ่นวายและใช้เวลากับ Internet มากไป นี่ขนาดฉันไม่ติดเกมส์นะเนี่ย
ฉันว่าตั้งแต่ มี Internet เข้ามาในชีวิตของฉันเนี่ย ประสิทธิภาพในการทำงานมันลดลงไปเยอะ
นั่งเช็คเมล์ ตอบเมล์ มันเข้าไป หรือไม่ ก็เช็คข่าว เช็คเวบบอร์ด เช็ค blog เพื่อน

ฉันว่าข้ออ้างที่แท้จริงที่ทำให้ฉันทำงานไม่ได้เนี่ย ต้องเป็น Internet แน่ๆเลย
เดี๋ยวฉันไปหาร้านกาแฟ เย็นๆ หามุมที่ไม่มี Internet ดีกว่า รับรองทำงานได้แน่เลย

ไปล่ะ ล้า ล้า ลา .....
October 19

สัตว์สังคม

ฉันรู้สึกว่า ชีวิต ช่วงนี่ เร่งรีบ ยังไงไม่รู้ แทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน
ทำงานกันเป็นบ้าแต่สุดท้าย เราก็ไม่รู้ว่าทำอะไร
ฉันได้แต่บอกกับตัวเองว่า ทำเอามัน ชั้นมีความสุข เครียดนิดหน่่อย
แต่เมื่อทำเสร็จ ฉันก็สุขใจ แต่สุขใจมันไม่พอน่ะซี
เพราะ เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกนี้ บ้างครั้งเราก็ต้องทำให้คนอื่นสุขใจบ้าง

ช่วงนี้ ฉันไม่ได้เป็นสัตว์สังคม เท่าไหร่ อยู่ในโลกส่วนตัวเสียเป็นส่วนใหญ่
แต่ก็ยังรู้สึกไม่เป็นส่วนตัวอยู่ดี รู้สึกว่ายังมีเวลาให้กับครอบครัวไม่เพืยงพออยู่ดี

บางครั้งฉันก็เบื่อหน้าที่ของมนุษย์ ที่เป็นสัตว์สังคมวุ่นวาย ต้องเจอคนโน้นคนนี้
บางครั้งฉันก็ต้องทำในสิ่งที่ฉันไม่อยากทำ แต่ทำก็เพื่อเป็นสัตว์สังคมที่ดี
เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ บางครั้งทำซะจนคิดว่า สัตว์สังคม พวกนั้น มันเอาเปรียบเราหรือปล่าว
รู้สึกว่า อยากจะมาเป็นสัตว์สังคมกับเรา ก็เฉพาะเวลา เขาเดือนร้อน หรือมีปัญหา
แต่พอเวลาเรามีปํญหา สัตว์สังคมพวกนี้มักจะบอกว่า เรายังเอาตัวเองไม่รอดเลย
หรือเวลาที่เค้ามีความสุข เค้าจะบอกว่า ไม่อยากรบกวนเรา เฮ่อๆ

ฉันว่าพวกนี้เก่งนะ เป็นพวกหน้าซื่อตาใส ใครๆ เห็นว่าเป็นคนดี ทำตัวน่าสงสาร
แต่จริงๆ ก็เอาเปรียบเราได้อย่างดื้อๆ และก็ไร้เดียงสา เวลามาขอความช่วยเหลือ
จากเรา ถ้าเราไม่ช่วยเราจะรู้สึกว่าเราเป็นคนเลวมาก เอ บางที ฉันก็ว่าฉันเป็นคนเลว :D
แต่สุดท้าย ถึงฉันจะขี้บ่น แต่ก็ทำเสมอ ฉันคิดเสมอว่า
ฉันโชคดี ที่ไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากใครมาก แล้วเวลามีปัญหาที่ไร ก็มักจะมีเทพบุตร
เทพธิดามาช่วยให้ปํญหานั้นหมดไป หรือเบาบางไป ถ้าเป็นทางศาสนาคริสตร์ เค้าก็บอกว่า
พระเจ้า เค้าสอนให้เรารู้จักกับโลกอีกด้าน ส่วนศาสนาพุทธของเรา ก็เชื่อกันว่าเป็นการสร้างบุญ
สร้างกรรม ฉันว่าใครจะเชื่อแบบไหนไม่สำคัญ ขอให้เราสุขใจ สบายใจเป็นพอ

แหม พอคิดในด้านบวกไม่ทันไร โลกก็สดใสทันที เพื่อนบ้าน ที่น่ารัก เอาปลาสดมาให้อีกแล้ว
พักนี้เลยไม่ต้องซื้อปลาทานเลย ดีจริงๆ สงสัยเป็นเพราะฉันสร้างบุญไว้เยอะพักนี้ :D

จะว่าไปสัตว์สังคม มันก็ดีแบบนี้แหละ มีทั้งให้ทั้งรับ ก็ช่วยๆ กันไป ความสุขใจก็จะตามมา